จดจำในสิ่งพรากจาก...

posted on 14 Jun 2007 22:16 by wesong in life
"จดจำในสิ่งพรากจาก" ไม่ใช่ชื่อหนังสือเล่มสุดท้าย ของ อิตซึกิ(ชาย)ส่งมอบให้ อิตสึกิ(หญิง)
จากภาพยนตร์ LOVE LETTER (ใครไม่รู้เรื่องไม่เป็นไรไปหามาดู..) แต่เป็น...!!!
.....................................................................
 เหตุเกิดจากวันงานเปิดจอง บลอคขุ อิมโพรไวส์ ของ อัพ ชุมชุมแก๊งค์ FHM และบางส่วนของ
ทีมงานเล่นอะไร ก็ได้ไปชุมนุมบริโภคนิยมกัน หนึ่งในหลายๆเรื่องที่คุยกัน ก็จะพูดถึงวีรกรรม
ในอดีตที่ไม่มีวันหวนคืน ..กลยุทธการแอบการ์ตูนเข้าบ้าน..หมูสิบ!!??(อย่า งงเดี๋ยวอธิบาย)
ก็มาคิดดูว่า บางสิ่งบางอย่างในชีวิต เป็นเรื่องที่ไม่มีวันหวนกลับ..หรือถ้าจะกลับไปได้ ความประทับใจ
ก็แตกต่างจากวันวาน..เฮียชาติ เคยให้ข้อคิดว่า บางอย่างเป็นความทรงจำจะสวยงามกว่า...
มาดูกันว่า... "จดจำในสิ่งพรากจาก" ของผมมีอะไรบ้าง..

-ขนมโตเกียว หน้าโรงเรียนแสงทองวิทยา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 
สมัยผมอยู่ประถมหนึ่ง(อย่าถามว่ากี่ปีมาแล้ว) ได้เงินไปโรงเรียนวันละบาท ทุกๆเช้าเด็กทุกคน
ต้องผ่านด่านขนมหน้าโรงเรียน ที่มีเรท ราคาราวๆ 1 บาท จึงเป็นจุดวัดใจ ถ้าติดกับด่านตั้งแต่เช้า
นั่นก็แปลว่า ทั้งวันอดซื้ออย่างอื่น!!!หนึ่งในด่านที่ยากจะลืมคือ ขนมโตเกียว ที่ไม่เหมือนใคร
ชิ้นละ1บาทแต่ขนาดใหญ่กินได้หลายคำ  แป้งที่ใช้จะมีลักษณะกรอบเหมือนแป้งขนมเบื้อง
มากกว่า และไส้ที่ใช้เป็นมะพร้าวหวานๆ .. เป็นการกินขนมโตเกียวครั้งแรก ทำให้จนถึงตอนนี้
เวลาเห็นขนมโตเกียวแบบที่ขายทั่วไปในใจผมคิดว่าเป็นของปลอมซะทุกที...
-ตุ๊กตุ่นANT 
หนึ่งในสิ่งที่ดึงดูดตังค์เด็กยุคนู้นก็ต้องติดโผ ตุ๊กตุ่นantตุ๊กตุ่นที่จำลองสารพัดตัวการ์ตูนสารพัดท่า
สารพัดแบบ นอกจากเอามาเล่นตามจินตนาการ ยังเอามาเล่นทอยเส้น ที่ต้องใช้เทคนิกล้ำเลิศ
ทั้งมัดลวด ฝนกับซีเมนท์ให้บาง ตัวไหนท่าดีๆทอยแม่นๆ จะต้องแลก 1:10 (ผมจำตัวป๊อบอายได้55)
ที่เล่นคู่กันของเด็กภาคใต้(และที่ปลูกยางพารา)ก็ต้องตอกลูกยาง ลูกยางไส้เทียน ลูกยางคางคก...
คงเหมือนเด็กยุคนี้เล่นการ์ดเกมส์ล่ะมั๊ง....
-เทคนิกล้ำซุกการ์ตูนในเสื้อ!!!
คนรุ่นผมตอนเป็นเด็ก พ่อแม่คงจะมีความเชื่อว่าถ้าไม่อ่านการ์ตูนจะเรียนเก่งขึ้น  จึงไม่สนับสนุนการซื้อ
การ์ตูน นอกจากไม่ซื้อให้ยังห้ามไม่ให้เอาเงินเก็บไปซื้ออีก แต่ไม่มีทาง!!! ดังนั้นการลำเลียงการ์ตูน
เข้าบ้านจึงเป็นภารกิจ ที่ตื่นเต้นเสมอ เทคนิกของพ้มมีวิธีเดียว...ซุกในเสื้อ(สิ้นคิดสิ้นดี.. เฮียชาติภูมิใจ
กับเทคนิกโยนการ์ตูนไประเบียงชั้นสองมาก..)การ์ตูนยุคนั้นก็เล่มใหญ่ๆทั้งนั้น เวลาซุกในเสื้อยังไงๆ 
ก็เห็นสันเป็นเหลี่ยมๆดันออกมา...มานึกดูผมว่าเสด็จแม่ของผมก็คงรู้นะแหละ แต่คงปล่อยๆมันไป555
-ชิงช้า
ประดิษฐกรรมล้ำเลิศชิ้นหนึ่งในความคิดของข้าพเจ้า ความเรียบง่ายที่ทำให้เท้าลอยจากพื้น และ
ภาพรอบข้างเปลี่ยนไป ยิ่งแกว่งเต็มเหนี่ยวยิ่งตื่นเต้น  แต่ประดิษฐกรรมชิ้นนี้สงวนไว้ให้เด็กเท่านั้น..
พิสูจน์ได้จาก..ล่าสุดพ้มไปนั่งเล่นๆ ในสวนสาธารณะแถวบ้าน ทั้งสัดส่วนของชิงช้ากับตัวพ้มและสายตา
ของคนรอบข้าง ทำให้ผมต้องฟอร์มนั่งเล่นแก้เมื่อย...เอาเท้าเขี่ยทรายเล่นแล้วเดินออกมา...เชอะ
-น้ำพริกปลาร้า สูตรท่านยาย
ทั้งๆที่ท่านยายพ้มเป็นชาวจีนแต่ทำปลาร้าด้วยสูตรอร่อยเหาะ ใช้ปลาฉลากหมักกับข้าวคั่ว(สูตรทั่วๆ ไปเห็นว่าใช้รำ)
น้ำกลือ ใส่ในโหล หมักไว้เป็นปี ระหว่างนั้นต้องค่อยๆเปิดมาเติมน้ำเกลือ วันไหนอารมณ์ดีๆอยากเห็นลูกหลาน
ได้กินเมนูเด็ด ก็จะนำมาทำให้กิน สีก็จะออกขาวๆไม่มีกลิ่นเหม็น รสเจ้มจ้น...แต่เสียดายท่านยายพ้มไม่อยู่ซะล่ะ...อืม....
-ภาพยนตร์  THE GOONIES
ได้ดูตั้งแต่สมัย ม.2-ม.3(อีกครั้งหนึ่ง..อย่าถามว่ากี่ปีมาแล้ว) เป็นภาพยนตร์ที่ตอนนั้นพ้มชอบดูมากๆ
การผจญภัยของกลุ่มเด็กๆที่มีคาแรกเตอร์ต่างๆกัน เพื่อหาขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ในเมือง  เพลงประกอบโดย
Cyndi Lauper ก็ฟังจนติดหู..ยังเคยชวนเพื่อนไปขึ้นเขาด้วยกันเพราะอยากผจญภัย..ขนาดนั้น..
ดังนั้นเมื่อออก dvd พ้มก็รีบคว้ามาทันที นำมามาดูอีกครั้งหวังเรียกความทรงจำกลับคืน...แต่ว่า
เมื่อเอามาดูในช่วงเวลานี้ ตัวผมรู้สึกเศร้าๆจ๋อยๆ อย่างบอกไม่ถูก การผจญภัยที่เหมือนเล่นเกมส์ เหมือน
อันตรายแต่แล้วก็ปลอดภัย ปัญหาทุกอย่างคลี่คลายอย่างแฮบปี้...ทุกอย่างสนุกแต่ผมรู้สึกโหวงๆงงๆ...
ไม่เข้าใจๆ จนเฮียชาติได้ให้ข้อคิดข้างต้น...
-หมูสิบ
เหตุการณ์นี้ไม่กี่ปีนี่เอง จากการรวมแก๊งค์ระยะต้นๆ ของ แก๊งค์วันศุกร์ มีเฮียชาติ เจ้าหนอน และพ้ม
ที่ทุกๆศุกร์จะตะลอนๆดูหนังสือที่คิโนะ ดูของเล่นที่มาบุญครอง แล้วจบท้ายด้วยหาของกิน ..ยุคนั้น
นิสัยการกินยังเน้นปริมาณเข้าว่า..หนึ่งในเมนูประจำคือ ร้านปิ้งย่าง ดดม. บุฟเฟท์ ที่ทำให้เกิด
วลี"หมูสิบ"นั่นก็เพราะปริมาณหมูแต่ละจานที่ให้มันช่างน้อย และแล่เหมือนใช้สันปังตอ ทำให้การปิ้งย่าง
เป็นอย่างทุลักทุเล ด้วยความรำคาญ เฮียชาติจึงได้เอ่ย วลีคลาสสิกนี้ขึ้น.."หมูสิบ" หมายถึงหมูสิบจาน
นั่นเอง..และที่สำคัญยังซัดกันหมดด้วยสิ..555แต่ยุคนี้คงทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว..กินเมนูปิ้งย่าง
แล้วมักร้อนในไม่สบาย ใครกินหมูกระทะบ่อยๆ เพลาๆ ลงบ้างก็ดี..อุกิ๊ว..ว
.....................................................................
ปล.   ใครหลงมาอ่านเพราะคิดว่าจะเศร้าซึ้งบ้างเนี่ย...
ปล.2 ใครคิดจะพิมพ์คอมเมนท์ว่าคนแก่ชอบพูดถึงความหลัง ...หยุดเลยพรรคพวก!!
edit สูตรปลาร้าคุณยาย สอบถามท่านแม่มาแล้ว... 

Comment

Comment:

Tweet

ความหลัง บางครั้งเป็นความทรงจำที่ดี
แค่ได้นึกถึงก็เป็นสุขใจ ^^

#42 By p.ploy primplien ★ on 2011-08-02 14:12

พอเราโตขึ้นชอบนึกถึงเรื่องอดีต

#40 By Duplicator (58.136.98.140) on 2010-10-28 03:25

โตเกียวไส้หวาน ตรงครีมสีขาวน่ะอร่อยสุดๆ(สูตรเหมือนกันรึป่าว)

ยิ่งสั่งไส้เค็ม+ไส้หวาน(10 บาท) โอ้โห ไส้มันแบบสะบะฮึ้มได้ใจ

#39 By ฬะฬ่อง (117.47.74.158) on 2009-08-03 16:17

การ์ตูนซุกเสื้อ ฮ่า
เป็นกันทุกคนโดยไม่ต้องมีใครสอนเนอะ

#38 By namtansign on 2009-05-14 12:42

อ๊า..เป็นคนหาดใหญ่หรือเคยอยู่หาดใญ่หรือค่ะเนี่ยะ??

ขนมโตเกียวอร่อย ๆ.. เดี่ยวนี้ชิ้นใหญ่ ๆ ไม่มีแล้วล่ะค่ะ..

แต่โรงเรียนแสงทองยังมีอยู่นะคะ..
big smile

#37 By 12345 on 2008-07-30 12:50

คนแก่ชอบพูดถึงเรื่องอนาคต

#36 By การ์ตูน (125.27.115.238) on 2008-07-15 07:38

อู้หู!!
นี่หรือเด็กปู้จาย
เด็กสาวก็คงไม่ต่างกันหรอก ที่แอบยัดหนังสือการ์ตูนไปอ่านในห้องน้ำ ก่อนอาบน้ำ ทำท่าว่านั่งฉี่ สมัยก่อนนั้น ห้องน้ำยังเป็นแบบส้วมซึม พออ่านการ์ตูนจบ ก็ตามมาด้วยอาการเหน็บชาที่ขา อูย.....ซ่าบซ่าน
ส่วนการ์ตูนที่ต้องห้าม ติดเรตสุด ๆ ก็คงเป็น HEN พอโตมา กลับมาอ่านอีกรอบ แม่ง ไม่เห็นโป๊เลย อ่านแล้วจะมีอารมณ์กันได้ไงฟระ tongue

การ์ตูนของเด็กสาว ก็คงหนีไม่พ้น เซลาร์มูน ฮิตแม้กระทั่งเด็กม.3 ฮิตได้ฮิตดี ฮิตกันทั้งโรงเรียน(ญ.ล้วน)sad smile

อาหารการกิน ที่โรงอาหารจะมีซาลาเปาลูกละ 2 บาท
แต่มีใครไม่รู้ ทะลึ่งเอาซอสภูเขาทองมาวางไว้ที่โต๊ะหน้าซาลาเปา ก็เลยเหยาะ ๆ จนชุ่ม เค็มปี๋ แต่ก็อร่อย ถึงเวลาเข้าเรียน ก็เอามือเปื้อนซอสมาดม ๆ ๆ หอม... ใคร ๆ ที่ รร.นี้ก็กินกัน มาย้อนอดีตกับรุ่นน้อง ได้โม้กันกระจายเรื่องกินซาลาเปากับซอส อย่าไปคุยเรื่องนี้กับเด็ก รร.อื่น เพราะเค้าไม่กินกัน (ใครจะบ้าอย่าเรา อิ อิ) ไม่เชื่อ ลองสิ อร่อยเชียว

ปล.1 ก็เศร้าอ่ะนะ แต่อยากกลับไปเป็นเด็กอีกจัง
ปล.2 อ๊า....งั้นเราก็แก่แล้วอ่ะดิ่ - -"

#35 By สายแข็ง (203.154.50.10) on 2008-06-16 12:15

อืม....ผมเพิ่งมานึกออกว่าตุ๊กตุ่น มันมี คำว่า ANT อยู่จริงๆแฮะ แล้วเค้าเรียกชื่อนั้นเลยเหรอครับ

#34 By meinside on 2007-07-04 00:50

พูดถึงเอาการ์ตูนสอดในเสื้อนี่ทำมาเหมือนกันฮ่ะ แหม๋ แต่เจอแรงกว่านัน้คือพอดีอ่านสอดไส้การ์ตูนช่วงสอบแม่โกรธมาก เลยเอาการ์ตูนไปฉีกเป็นชิ้นๆแล้วต้มให้กิน แม่พูดด้วยความโกรธเกรี้ยวตอนนั้นว่า
"ถ้าการ์ตูนมันเลี้ยงแกได้ก็กินมันเข้าไปเลย"
แต่พอบัดนี้ การ์ตูนมันก็กลับมาเลี้ยงเราได้จริงๆค่ะแม่ ไม่อยากบอก
สงสัยเพราะมันซึมเข้าเส้นเลือดตอนแม่ให้กินมันลงไปแล้วแน่เลย5555

#33 By vicvic on 2007-06-25 23:54

ถ้าเป็นชิงช้าตอนนี้ก็ยังกล้าเล่นอยู่นะ เมื่อตอนปี3 ไปต่างจังหวัดยังไปเล่นอยู่เลยเด็กและผู้ปกครองก็มองไอ้พวกนี่มันอะไร งานนนี้ต้องมีพวกถึงจะทำได้5555

#32 By sanfha on 2007-06-19 07:38

ตามมาอ่านเพราะชอบการ์ตูนของคุณครับ เออ เขียนบล็อกก็อ่านสนุกไม่แพ้การ์ตูนเลยแฮะ

#31 By วิภว์ (58.8.123.160) on 2007-06-19 00:37

หมู กระทะ เลิก กินแล้ว ตั้งแต่ มันมาเปิด ก้า จากบ้านไป ห้า หลัง


แรก ๆ ก็ หอม อยู่ หรอก หลัง ๆ ถึงพบว่ามันแสนทรมาณ

#30 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-06-17 17:33

ข้าน้อยหยุดแล้วขอรับ

#29 By Gunso on 2007-06-17 17:06

^อ่า...หาไม่เจออ่ะครับ แต่
searchเจอว่าเป็นของคุณ วาด รวีน่ะเอง อยากอ่านแฮะ

#28 By wesong on 2007-06-16 22:50

ของเราต้องโบ๋ยเกี๊ยะในตลาด (จำไม่ได้แล้วว่าซอยไหน)
กับไก่ทอดเดชาหลังโรงเรียนเฮียนั่นแหละ น้องชายเราก็เรียนที่นั่นเหมือนกัน

# Underground Buleteen แนะนำ ที่นี่ ... มีชีวิต เห็นยัง?

#27 By ร้อยคำ on 2007-06-16 22:25

ความหลังดีๆมีไว้ให้คิดถึงค่ะ

ว่าแต่ถ้าตอนนี้ไปนั่งชิงช้าแล้วยังจะรู้สึกเหมือนเดิมไหมน้อ

#26 By เหมียวปลา on 2007-06-16 17:58

คิดถึงชิงช้ามากเรย
เป็นของที่ชอบเล่นมากตอนเด็ก
แต่ไปถึงที่ไรก้อเต็มซะทุกที..

ถ้าได้จับปุ้บก้อไม่อยากจะปล่อย

#25 By mookzung on 2007-06-16 12:27

ตุ๊กตุ่นANT คิดถึงจังจำได้ว่าแต่ก่อนไปขอตุ๊กตุ่นมาจากคลีนิคทำฟัน
เขามีเอาไว้ล่อหลอกเด็กเวลาทำฟัน
มีลูกโป่งมีการอัดแก๊สอะไรนให้ไม่รู้ด้วย

ตอนนี้ตุ๊กตุ่นหายไปไหนหมดแว้วไม่รู้

#24 By GURIKO (((Te@rdybe@R))) on 2007-06-16 03:33

เดี๋ยวนี้ซื้อการ์ตูนยังต้องแอบอยู่เลย
แต่โตขึ้นก้อแค่มัวิธีแอบมากขึ้นเท่านั้นเอง
ฮี่ฮี่ฮี่

#23 By Darkside Emotion on 2007-06-15 19:23

เมื่อก่อน
ตอนไปเที่ยวที่ใต้
ลูกยางยังได้เล่นอยู่เลย
สนุกดี
นึกแล้วอยากกลับเป็นเด็กจัง

#22 By " POOMOO " on 2007-06-15 17:51

เรื่องซุกการ์ตูนนี่.. มีประสบการณ์ร่วมจิงๆ โดนจับได้บ่อยมาก โดนแม่มาลูบคลำพุงเสมอๆ "ไหนมาดูซิ ทำไมตัวอ้วนๆ" 5555

#21 By Tabun man on 2007-06-15 17:49

แนะนำให้ไปฟังเพลง "อย่า" ของ ฟรัวครับ ไม่เกี่ยวกันนัก แต่ก็เกี่ยวบางมุมน่า

#20 By นกฮูกดีไซน์ on 2007-06-15 15:00

ไปเดินตลาดมือสองมา เจอเทปเพลงเก่าสมัยละอ่อน กลับถึงห้อง มารื้อๆ ค้นดู มีอยู่ ก็เลยเปิดฟัง อารมณ์มันดีทั้งวันเลยครับบบบบบบ

#19 By นกฮูกดีไซน์ on 2007-06-15 14:58

แหมโดนดักไว้ซะได้ ที่จริงถ้าเป็นเด็กต่างจังหวัดของเล่นบางอย่างแล้วก็ของกินบางประเภทที่มีมาตั้งแต่สมัยพ่อสมัยนี้ก็ยังมีอยู่นะคะ เมื่อไม่นานมานี้ยังไปซื้อมาเล่นเลย ตุ๊กตากระดาษหน่ะ แบบที่เมื่อก่อนแผ่นละบาทสองบาทนะ แต่เดี๋ยวนี้มันเป็นเล่ม ๆ แล้วก็หาค่อนข้างยากแล้วเหมือนกัน เพราะเด็กเดี๋ยวนี้เขาเล่นแต่งตัวตุ๊กตาแบบบาบี้กันหมดแล้ว

#18 By Paa orKant on 2007-06-15 13:04

ไว้อาลัยยยยรำลึก

#17 By nonworld on 2007-06-15 12:25

กลิ่นอดีตคลุกลุ่นขึ้นมาเลยแฮะ

ไอ้กรณีแอบซุกการ์ตูนนี้ก็เหมือนกันอ่ะ ต่างตรงที่ผมจะซุกในกางเกงอ่ะ เหอๆๆๆ

#16 By MONKIJI321 on 2007-06-15 12:05

ไม่เคยซุกการ์ตูนเข้าบ้าน เดินถือกันโต้งๆเลย
แล้วผู้ใหญ่ที่บ้านก็ขนไปชั่งโลขาย โต้งๆเหมือนกัน

#15 By bakabo ลั๊ลล๊า~ on 2007-06-15 10:59

a-club อา....เมื่อนานมาแล้วหนังสือเล่มนี้ เราแซ่บทุเดือนนี่หว่า คิดถึงอดีตอีกแล้ว

#14 By on 2007-06-15 09:11

^ตอนเฮียพูดมันก็ไม่ฟังแล้วสลวยแบบนี้หร้อก..ผมมาปรับให้ละมุนละไม

#13 By wesong on 2007-06-15 09:10

ผมอ่านบล๊อกเฮียทีไร ก็จะสงสัยบ่อยครั้งว่า...
ผมไปพูดข้อคิดอะไรแบบนั้นตอนไหนหว่า?555

ว่าแต่"หมูสิบ"เนี่ย ทำให้ภาพพจน์ผมเสียโหม้ด
เพราะจริงๆต้นตำรับที่กำเนิดวลีนี้
เกิดที่ร้านสยามบาบีคิว(เจ๊งแล้ว)และต้องตะโกนดังๆ
"เนื้อสิบบบบบบ"...คนที่พูดจำไม่ได้แล้ว
น่าจะเป็นหนึ่งในแก๊ง a-club หรือไม่ก็...
...ผมเองนี่แหละ555

ปล.สมัยนั้นกินเนื้อเท่าไหร่ก็สบาย...ถ้าตอนนี้ขอผ่าน

#12 By SS on 2007-06-15 09:04

กินของขม ชมเด็กสาว เล่าความหลัง...

อ่อ...ไม่ได้ว่าใครเร้ย ใครเเก่ ไม่มี๊~~~เเค่พูดขึ้นมาลอยๆ...

ปล.หมูกระทะ กะลังคิดจะไปกินอยู่วันเสาร์นี้พอดีเลยนะนี่ ... เเล้วข้าวมันไก่ล่ะ กินมากๆเป็นไรป่าว..

#11 By KusaYoshi on 2007-06-15 08:52

เอ่อ..ขออภัย ที่เผลอ commentซ้ำ com
มันแฮ้งค์น่ะครับ

#10 By eat (58.8.93.168) on 2007-06-15 05:25

หาดใหญ่สมัยนั้นเป็นยุคล่าการ์ตูนเข้าสู่อานานิคมโดยแท้ แต่ถ้าแม่เมืองจับได้ ก็จะบอกไปว่า จื้มเพื่อนมาฮับ

#9 By (58.8.93.168) on 2007-06-15 05:21

อ้าวคนหาดใหญ่ตะนิ ผมคนเลย
อ่านแล้วนึกถึงตอนหนีเรียนไปซื้อเกมส์Famicomที่ตลาดกิมหยง แล้วลักลอบเอาเข้าอานานิคมได้เหมือนกัน เวลาเรียนนี่แหละที่สามารถเอาเข้าอานานิคมได้อย่างสบายใจ เพราะไม่มีใครอยู่ หาดใหญ่สมัยนั้นเป็นยุคล่าเกมส์เข้าสู่อานานิคมโดยแท้ แต่ถ้าแม่เมืองจับได้ ก็จะบอกไปว่า จื้มเพื่อนมาฮับ

#8 By eat (58.8.93.168) on 2007-06-15 05:05

#7 By Heartsmurfs on 2007-06-15 01:49

อ้อ..หลังจากนั้นไปถอย Labyrint (ชื่อไทย มหัศจรรย์เขาวงกต )มาดูอีกครั้ง..ออกอาการเดิมเดี๊ยะเลยครับ...ทั้งที่เรื่องนี้อยู่ในใจผมมาตลอดจนถึงวันที่เอากลับมาดูอีกครั้งนั่นล่ะครับ
..จดจำในสิ่งที่พรากจาก..จิงๆ

#6 By GuGGGar on 2007-06-15 01:02

อ่านแล้วกลิ่นบรรยากาศตอนเด็กๆมันลอยมาเตะจมูกเลยทีเดียวครับ (ไม่ได้โม้)...โดยเฉพาะตุ๊กตุ่นทอยเส้น กะ หนังสือการ์ตุนนี่..อา....

ปล.ได้ดู The Goonies (รู้สึกชื่อไทยจะ ขุมทรัพย์ดำดิน ใช่มั้ยครับ ) อีกครั้งทางยูบีซีเมื่อไม่เร็วไม่นานมานี่...มันไม่ได้ความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนก่อนๆแล้วจิงด้วยครับ...

#5 By GuGGGar on 2007-06-15 00:58

อยากจะบอกว่าเพื่อนผมก็เรียนเเสงทอง!!!
อ่ะ...โดนปล.2 ดักไว้เหมือนกันแฮะ
เฮียนี่รู้ทันไปโม๊ดด หุหุ
อ่านแล้วนึกภาพตามออกเลยค่ะเด็กผู้หญิงก้อจะมีวีรกรรมเป็นอีกแนวนึงอ่ะนะ 55+

#3 By (^_^)/nana on 2007-06-14 23:17

ซุกการตูนในเสื้อนี่ อาจจะเป็นประสพการร่วมของเด็กทุกยุคก็ได้ครับ....

บางครอบครัวอ่านการตูนผิดยังกะเสพยาบ้า ^ ^'

#2 By garun on 2007-06-14 23:17

ตอนแรกว่าจะพิมพ์ตาม ปล.2 แล้ว
แต่รุ่นผมยังทันเหตุการณ์หลายอย่าง
เพราะฉะนั้นไม่พูดก็แล้วกัน (ฮา) แล้ว "หมูสิบ"
นี่ย่อได้ใจ ที่ไหนได้ต้นตอวลีดันเป็นพี่ S.S. นี่เอง...

ว่าแต่สิบจานนี่มันประมาณไหนหว่า ?

#1 By mondaytakeshi on 2007-06-14 23:09