หลังจากปล่อยให้น้องๆ ไปพัก(?) ช่วงวันหยุดยาว23-25ตุลาคม พร้อมให้การบ้าน
ที่เป็นหัวใจสำคัญของงานนี้คือการทำ สตอรี่บอร์ด10หน้า....
วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2552
ก่อนจะเข้าสู่การคอมเมนท์สตอรี่บอร์ดวันนี้จะผ่อนคลายด้วยการเล่าเรื่องแบบการ์ตูนและเขียนฉาก
โดย เดอะดวงแฟมิลี่ (ดวงและคุณพ่อ) โดยมีวิทยากรร่วมคือคุณวิรัตน์ ยืนยงพัฒนากิจ และ
คุณ จีรพงษ์ ศรนคร บรรยากาศสบายๆ หลายคนอาจสนใจในการเขียนฉากของดวง ซึ่งดวงก็เล่าพอจะ
สรุปได้ว่า "การเขียนฉากเหมือนจะยาก แต่ก็มีความสนุกแฝงอยู่ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มาจากการจำ
และสังเกต จะทำให้เรื่องมีความน่าสนใจ" และคำถามจากน้องๆ ถึงคุณฟู พ่อของดวงที่เป็นนักเขียนมือรางวัล
ว่า เขียนอย่างไรให้ได้รางวัล...คำตอบ คือ "ไม่เคยตั้งใจว่าจะได้รางวัลแต่เขียนเรื่องราวที่ตัวเองมีความรู้สึก
กับมัน...."
จากรูปคุณฟูยกตัวอย่างการทำงานที่มีข้อแนะนำโดยใช้ตัวอย่างการ์ตูนเล่มละบาท..
เวิร์คชอบที่น้องๆ ได้ทำวันนี้เป็นเรื่องการเขียนฉาก และแอกชั่นให้น่าสนใจ
..........................................................................................................................................................
วันอังคารที่27 ตุลาคม 2552
เข้าสู่ความเข้มข้นของการตรวจสตอรี่บอร์ด โดยวิทยากรรับเชิญ บก. ตติยะ ศรียะพันธ์ แห่ง อี.คิว.พลัส
บก.หนังสือการ์ตูนความรู้ ที่มีการทำงานอย่างใกล้ชิด(มาก)และวางระบบให้นักเขียนการ์ตูนเพื่อเป็นอาชีพจริงๆ
เป็นการคอมเม้นท์ต้นฉบับที่ละเอียดเข้มข้นมากๆ และทำให้น้องๆ ได้เห็นภาพของการทำงานจริงๆ
ในช่วงบ่ายเป็น บก.วุฒิ วรวุฒิ วรวิทยานนท์ แห่งไทคอมิค นิตยสารการ์ตูนไทยรายแรกๆ ของไทย
ที่มาคอมเมนท์งานในมุมมองของบก. อีกแนว หลายๆ ประเด็นก็เห็นไปในทางเดียวกัน แต่บางประเด็น
ก็มีความเห็นแย้ง นี่แสดงให้เห็นว่า แต่ละสำนักพิมพ์ก็มีแนวทางและสิ่งที่ให้ความสนใจต่างกัน...
..........................................................................................................................................................
วันพุธที่28 ตุลาคม 2552
วันนี้น่าจะเป็นวันที่มีสีสันเพราะเป็นการแสดงอุปกรณ์การทำงานรูปแบบต่างๆ (เท่าที่จะนึกออก)
เฮียชาติกับตัวอย่างงานที่ใช้อุปกรณ์ต่างๆ กัน (ทั้งG-pen) และหลังๆ ที่มาใช้ปากกาเคมี
ส่วนผมก็เป็นพู่กันอุปกรณ์สามัญที่หาได้ง่ายๆ (แต่ที่นำไปคือปากกาพู่กันที่มีหมึกเติมตรงด้าม)
ข้อดีก็คือ ใช้กับกระดาษได้หลากหลาย สามารถสร้างน้ำหนักเส้นได้และมีร่องรอยของพู่กัน
เป็นเอกลักษณ์ ที่หลายๆ คนอาจมองว่าเส้นโบราณ (ในวันหลังพี่บิ๊กบอกว่าแบบนี้คือcliche'
)
เดอะดวง (กลับมาแบบบังเอิญ) นำเสนอด้วยอุปกรณ์ในตำนานอย่าง G-penและปากกาหัวเขียนแผนที่
ที่ให้น้ำหนักเส้นหนักเบาสวยงาม (แต่หายาก และต้องใช้กับกระดาษที่คุณภาพดี)
PUCK หมู ไตรภัค ศุภวัฒนา และ อิทธิวัฐก์ สุริยมาตย์ กับอุปกรณ์ ปากกาเคมี (พิกม่า) ที่หาซื้อง่าย
ใช้กับกระดาษได้หลายประเภท (แต่หมูแนะว่า อาจต้องใช้หลายๆ เบอร์ และปากกาเส้นใหญ่ ไว้เพิ่มน้ำหนัก
และ อ.สุทัศน์ ปาละมะ ที่นำตัวอย่างงานภาพประกอบ หลายๆ เทคนิก ทั้งสีน้ำ สีอคิืริก หรือกระทั่ง
สีผสมอาหาร!รวมทั้งการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ในหลายๆ โปรแกรม สุดท้ายกับนักวาดดูโอ
อินทรายุทธ เทพคุณ และ พาณี อิทธิบำรุงรักษ์ กับอุปกรณ์การทำงานหลากหลาย ที่ทดสอบดัดแปลง
กันมาด้วยตัวเอง (หลายๆ อย่างวิทยากรคนอื่นๆ ยังอึ้ง
) ....
และทิ้งการบ้านให้เลือกหน้าการ์ตูนจากสตอรี่บอร์ดที่ทำมาเขียนจริงสัก1-2หน้า
..........................................................................................................................................................
วันพฤหัสบดีที่29 ตุลาคม 2552
วันสุดท้ายกับ 3 บก.จาก 3 แนวทาง พี่บิ๊ก ภูมิชาย บุญสินสุข แห่ง a book คุณอิสเรศ ทองปัสโณว์
บก.และนักแปลคนเก่งแห่ง เนชั่น พี่เจ สุดใจ พรหมเกิด แม่งานของกิจกรรมครั้งนี้จากมูลนิธิเด็ก
...เหอะๆ หลายๆ งานเข้าตาทั้ง 3 บก. ถึงขนาดให้เมล์ไปคุยกัน... และก็ทำให้เห็นชัดอีกครั้งว่า
แต่ละสำนัก มีแนวทางของตัวเอง
และช่วงสุดท้าย ...เป็นการมอบประกาศณียบัตรโดยผู้อำนวยการ Tk park พี่เซียไทยรัฐ และ วิทยากร
ก่อนจะแยกย้ายอย่างสนุกสนานและน่าประทับใจ...
..........................................................................................................................................................
Tips ที่เก็บเกี่ยวได้..
-ศึกษาและสังเกตคือหัวใจของนักสร้างสรรค์
-งานสร้างสรรค์ควรมีทัศนคติของผู้สร้าง
-ไม่มีทางลัด....ทำทุกวัน ทำโดยไม่มีใครสั่ง ทำโดยไม่รู้สึกว่าเป็นงาน
-รับฟังความคิดเห็นรอบด้าน แต่วิเคราะห์ด้วยตัวเอง
-ทำตัวให้พร้อมกับโอกาส
-ทำงานให้เต็มที่จะเห็นข้อดีข้อเสียของตัวเอง ยิ่งกว่ามีใครมาบอกหลายเท่า
-การนำเสนอผลงานกับสำนักพิมพ์ควรส่งไปรษณีย์ (เป็นสำเนา)เลือกทำตอนสั้นๆ สักตอนและทำให้เต็มที่ที่สุด
-ให้เวลาบรรณาธิการตรวจสัก 1-4 สัปดาห์
-งานที่ถูกปฏิเสธ(ลงถัง)เป็นเรื่องธรรมชาติ
-การเรียนรู้ไม่มีจบ...
ปล. เวิร์คชอปครั้งนี้ผู้เข้าร่วมอายุ13-29ปี แต่เฉลี่ยน่าจะอยู่ที่17-18ปี และผู้สังเกตการณ์ที่เป็นอาจารย์
อีกจำนวนหนึ่ง...