สัพเพเหระ#1 หนีเที่ยว &ทัวร์บริโภคมาครับ ไปแดนปากน้ำโพ นครสวรรค์...อุกิ้วว
ไปบริโภคเป็นหลัก อร่อยทุกมื้อ
แต่ที่ประทับจิตคือ
- ต้มเครื่องใน"ร้านนายซุ๊ย" แถวๆ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ เด่นตรงที่ไม่มีกลิ่นแปลกปลอม
และใส่ผักแปลกๆ เป็นเอกลักษณ์ รสชาติฝาดๆ มันๆ (มีโค้ดเนมในร้านว่าผักป๊อบอาย)
- ซีฟู๊ด ตลาดโต้รุ่ง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำไมไปกินถึงนู่น...เพราะผมว่าซีฟู๊ด เป็นอาหารที่กินยากน่ะสิ
ทั้งวิธีการกินและ ผู้ร่วมกิน แต่ที่นี่สดกว่าบางร้านในกรุงเทพฯ ซะอีก กุ้งเผา6ขีด หอยหวานครึ่งโล และ
หอยแครงอีกจำนวนหนึ่ง (ทั้งหมดนี้กินกัน2คน..เอิ๊ก~~~) และผมว่าซีฟู๊ดนี่ถ้ากินแบบเหนียมๆ ความอร่อย
จะหดหายไปหลายจุด ดังนั้น เวลากินต้องเข้าโหมดเบอร์เซิร์ก
- ร้านอาหาร S&V หน้าผา ชื่อว่าหน้าผาแต่ตั้งริมแม่น้ำ เมนูโปรดปกติของผมคือ เห็ดถอบ (กรุบๆ มันๆ ซู๊ด)
กับผักหวาน แต่คราวนี้หมดทั้ง2เมนู เลยต้องหาเมนูใหม่ โป๊ะเชะที่ยำชะอมกรอบ(น้ำยำจะเหมือนยำถั่วพู)และ
ปลาทูผัดสายบัว....สุดยอด..ด
- แต่คราวนี้พลาดเมนูที่เล็งไว้คือ ปลาช่อนอบฟางร้านเรือนระย้า ถนนทางไปอ. โกรกพระ ส้มตำร้านอ้อย
กันเองหลังศาลากลาง ไว้แก้มือคราวหน้า...ไม่พลาดๆๆๆๆ
ขอบคุณอุกิ๊ว~!~~ ที่ช่างสรรหาและร่วมบริโภคไว้หาเมนูเด็ดๆ ไปบริโภคกันต่อ
.......................................
สัพเพเหระ#2 เดี๋ยวจะหาว่าอู้งาน ไปคราวนี้ หอบงานไปด้วย..กลับคืบหน้าได้เกินคาด และงานที่ตันๆ ติ้อๆ
กลับทุเลาเบาบาง...แล้วก็กลับมาก็ปั่นต่อ
ทั้งหมดนี้โปรดติดตาม..
.......................................
สัพเพเหระ#3 บทวิจารณ์ Doggy Doggy 2
คัดเฉพาะส่วนที่เขียนถึงงานพ้ม..รวมไว้เป็นที่ระลึก
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
จุดประกายวรรณกรรม ปีที่ 21 ฉบับที่ 7149 วันอาทิตยืที่ 20 เมษายน 2551
ชีวิตการ์ตูน by : ประสพโชค จันทรมงคล
Doggy Doggy 02 การ์ตูนของคนรักหมา
----------------
เมื่อครั้งที่ ‘ชีวิตการ์ตูน’ นำหนังสือการ์ตูน Doggy! Doggy! (ด๊อกกี้! ด๊อกกี้!) มาแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักกันภายใต้ชื่อตอนว่า ‘หนังสือการ์ตูนมะหมาทำมือ..!!’ ผม
ได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า... “อยากเอาการ์ตูนหมาที่ตัวเองเขียนไว้เล่นๆ
ไปแจมด้วยจัง” แต่จนแล้วจนรอดเวลาผ่านพ้นไปหลายเดือนแล้ว
ก็ยังไม่ได้ไปแจมเสียที จนกระทั่งวันหนึ่งได้เห็น
หนังสือการ์ตูน Doggy Doggy
เล่มใหม่ล่าสุดที่ยิ่งดูสวยสะดุดตาน่าอ่านน่าสะสมยิ่งกว่าเดิม
ก็เลยทำให้ความรู้สึกอยากแจมหวนกลับมาอีกครั้ง แถมคราวนี้ยังรู้สึกมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก...
Doggy Doggy 02 (ด๊อกกี้ ด๊อกกี้ เล่ม 2)
ยังคงคอนเซปต์ของการ์ตูนทำมือและเป็น Limited Edition (ลิมิเต็ด เอดิชั่น)
หรือพิมพ์ออกมาแบบจำนวนจำกัดเช่นเดียวกับที่เคยทำกับ Doggy!
Doggy!
ฉบับแรกโดยที่ยังคงทำงานแนวลงขันที่ลงทุนด้วยแรงงานเขียนผลงานขึ้นมารวม
เล่มร่วมกันทั้งจากนักเขียนการ์ตูนมือสมัครเล่น และมืออาชีพในเครือข่าย โดยไม่คิดค่าต้นฉบับเป็นสะตุ้งสตางค์แทนการลงทุนด้วยเงินภายใต้ธีมการสร้างสรรค์ผลงานธีมเดียวกัน...นั่น
ก็คือเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่สุดแสนจะน่ารักและเป็นเพื่อนคู่
ทุกข์คู่ยากของมนุษยชาติมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์อย่างสุนัขหรือที่นิยมเรียก
กันว่า น้องหมานั่นเอง
แต่คราวนี้บรรณาธิการผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงผู้ผลักดันโครงการ Doggy Doggy นี้มาตั้งแต่ต้นได้นักเขียนการ์ตูนมืออาชีพผู้มีชื่อเสียงในวงการการ์ตูนบ้านเรามาร่วมแจมด้วยได้อย่าง ‘เดอะดวง’ (The Duang) เจ้าของผลงานหนังสือรวมผลงานการ์ตูนสั้นแบบเล่มเดียวจบอย่าง ‘Chocolate’ (ช็อกโกแลต) และ ‘I am’ (ไอแอม) ผล
งานหนังสืออ่านกึ่งหนังสือการ์ตูนอ่านจบในฉบับอย่างเรื่อง ‘Clart Room’
(ห้องเล็กๆ ของเครื่องเขียน) The Lesson of a Doll Boy (เด็กชายตุ๊กตา)
The Memo of Fullstop (บันทึกการเดินทางของจุด) และผลงานที่อื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ชีวิตการ์ตูนเราเคยนำเสนอมาแล้วเกือบทั้งสิ้น
ส่วนนักเขียนการ์ตูนมืออาชีพผู้มีชื่อเสียงอยู่ในวงการการ์ตูนไทยอีกคนหนึ่งอยู่แล้วที่มาแจมใน Doggy Doggy 02 นี้ ก็คือเจ้าของผลงานการ์ตูนลายเส้นสุดแนวอย่าง ‘hesheit’ (ฮีชีอิท) ที่สร้างสรรค์โดย วิศุทธิ์ พรนิมิตร นอกจากนั้นยังได้ ภูมิชาย บุญสินสุข บรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book มาเขียนคำนิยมให้อีกต่างหาก...
หนังสือการ์ตูนรวมมิตรเรื่องหมาๆ อย่าง Doggy Doggy 02 นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับน้องหมาผ่านทางมุมมองของนักเขียนการ์ตูนมากหน้าหลายตาด้วยกัน บางเรื่องบางคนก็ถ่ายทอดออกมาสนุกสนาน บางเรื่องออกไปทางตลกโปกฮา หรือแม้แต่เศร้าซึ้งสุดๆ และมีชะตาชีวิตที่รันทดสุดๆ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของ ‘บุญมี’
หมาโชคดีที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ
ร้านลูกชิ้นตรงหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งจนทำให้ใครๆ
ในบริเวณนั้นพากันรักและซื้อลูกชิ้นหรือเอาข้าวปลาอาหารมาให้กินกเป็นประจำ
แต่สุดท้ายด้วยเหตุการณ์บางอย่างทำให้มีเทศบาลมาจับเอาตัวบุญมีไปทำให้ไม่
มีใครรู้ข่าวคราวของมันอีกเลย... ถึงแม้ว่าผู้เขียนอย่าง ‘ก๊อกแมน’
จะพยายามตบท้ายบทสรุปของชีวิตบุญมีด้วยมุกตลกแล้วก็ไม่ได้ทำให้ความเศร้า
หายไปเลยโดยเฉพาะหน้าสุดท้ายที่มีการนำภาพถ่ายสุดน่ารักของบุญมีตัวจริงมา
แปะให้เห็นยิ่งเรียกอารมณ์เพิ่มขึ้นมาได้เป็นอย่างดี
ส่วนเรื่อง ‘My Friend’ (มายเฟรนด์) ของนักเขียนอย่างเดอะดวงก็เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่พูดในใจอยู่กับตัวเองว่าหมาของตนไปเก็บ
กระดูกที่ตนโยนให้มันวิ่งไปคาบเล่นนานผิดปกติ แต่ปรากฏว่าแท้ที่จริงแล้ว
สมัยที่เขายังเป็นเด็กเขาเล่นขว้างกระดูกให้หมาวิ่งไปเก็บแต่มีคนเตะกระดูก
ต่อไปตกอยู่กลางถนนจนเกิดอุบัติเหตุขึ้น
ทำให้เขาต้องพยายามไม่คิดหาสาเหตุเรื่องของมัน แต่เลือกที่จะคิดว่า
มันกำลังวิ่งไปเก็บกระดูกตั้งแต่ตอนนั้น และยังไม่กลับมามากกว่า
นอกจากนั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นผลงานการ์ตูนแนวตลกๆ
อ่านสบายตามสไตล์ของนักเขียนแต่ละคน...
เช่นเดียวกับผลงานการ์ตูนหน้าเดียวจบ (แต่มีให้อ่านหนลายหน้า) เรื่อง ‘hamcheese’ (แฮมชีส) ผลงานของ Satita ผู้ซึ่งเป็นทั้งนักเขียนและบรรณาธิการคนเก่ง ที่ทำหน้าที่ผลักดันให้หนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นมาอีกปีหนึ่ง
แต่ผลงานที่ผมชื่นชอบเป็นการส่วนตัวมากที่สุดก็เห็นจะเป็น ‘a dog & a life’ (อะด๊อก แอนด์ อะไลฟ์) เพราะ ‘ทรงวิทย์ สี่กิติกุล’ เจ้าของ ผลงานได้เล่าเรื่องราวของหมาตัวแรกของเขาเอาไว้ได้ถึงอารมณ์ดีเหลือเกิน
โดยเฉพาะประโยคตอนท้ายเรื่องที่กล่าวไว้ว่า... หลังจากวันนั้น
ที่บ้านผมก็เลี้ยงหมาอีกหลายตัว... แต่ไม่เคยมีหมาตัวไหนที่เป็น ‘หมาของผม’ อีกเลย...
ทำเล่นๆ เน้นใจรักยังออกมาน่าสนับสนุนขนาดนี้... ทำจริงๆ จังๆ หารายได้มาบริจาคช่วยหมาจรจัดไปเลยครับ..!!
--------------
กรุงเทพธุรกิจ Bizweek/ ET [EnterTrend] ปีที่ 4 ฉบับที่ 201 ศุกร์ที่ 18 เมษายน 2551
Comic Cult by : นิจวรีย์ ศรีทวีป
4 ขา x 15 คน = DOGGY DOGGY 02
------------
สวัสดีชาว et กลางเดือนเมษายนค่ะ
ชื่อเรื่องข้างบนไม่ใช่สมการคณิตศาสตร์นะคะ
ขึ้นต้นแบบนี้เพราะเพิ่งอ่านหนังสือเล่มหนึ่งจบไปแล้วรู้สึกประหลาดใจที่คน
15 คน ต่างสาขาอาชีพกัน (แถมบางคนเป็นนักเรียน)
บ้างก็ไม่เคยเจอะหน้าค่าตากันมารวมตัวในหนังสือเล่มเดียวกันได้
นั่นเพราะความรักในสองอย่างคือการ์ตูนและน้องหมาค่ะ
หนังสือ DOGGY DOGGY เริ่มจาก Satita บล็อกเกอร์สาวจากเวบ exteen ชักชวนเหล่าสหายมาเขียนการ์ตูนที่มีเพื่อนสี่ขาเป็นแรงบันดาลใจจนออกมาเป็นเรื่องราวความผูกพันและความป่วนของมะหมาทั้งสองเล่มค่ะ
ใน DOGGY DOGGY 02 เล่มนี้เรายังสัมผัสความน่ารักน่าเอ็นดู ความซุกซน และความประทับใจระหว่างสุนัข และเจ้าของอีกเช่นเคยใน Hamcheese ผลงานของ Satita ซึ่งรับหน้าที่บก.ด้วยถ่ายทอดกิจวัตรประจำวันของ แฮมชีส หมาพันธุ์พุดเดิ้ลที่ซ่อนความป่วนซ่าส์ไว้ภายใต้หน้าตาบ้องแบ๊วอย่างมิดชิด
ส่วน AMM หยิบเอาธรรมชาติของหมาที่ชอบวิ่งมาส่งเจ้านายก่อนออกจากบ้านมาเขียนเป็นวีรกรรมหมาเหาะของเจ้ากุยช่าย ส่วน HineyHelsinki นั้นก็ถ่ายทอดความหวงเจ้านายของหมาวัดหัวใจไฮโซนาม แครอท ผ่านเพลงประกอบละครปริศนาได้อย่างยียวน
อย่า...อย่าเพิ่งเข้าใจผิดไปการ์ตูนเล่มนี้ไม่ได้มีแต่ความขบขันเท่านั้น ไตรภัค สุภวัฒนา หรือ PUCK เสนออีกประเด็นเกี่ยวกับสุนัขที่เราอาจไม่เห็นบ่อยนัก ผลงาน HOT DOG ของ
เขาเป็นงานลายเส้นหลอนๆ
กับบทกลอนที่ว่าด้วยการเลี้ยงสุจัขเมืองหนาวขนยาวในเมืองร้อน
ที่เจ้าตัวสังเกตว่าสุนัขบางตัวดูเหนื่อยอ่อนลิ้นตก ไม่เคยชินกับสภาพอากาศ
ส่วน a dog & a life ของทรงวิทย์
สี่กิติกุล ย้อนกลับไปในความทรงจำของคนเขียน ในวันที่สุนัขตัวแรกจากไป
ทรงวิทย์สื่อผ่านลายเส้นและข้อความที่เรียบง่าย ไม่โศกเศร้าฟูมฟาย แต่อ่านแล้วซึมลึก
ส่วน My Friend ของ THE DUANG เลือกประเด็นการจากลาเช่นกัน ภายในกรอบสี่เหลี่ยมของนักเขียนคนนี้ยังคงน้อยด้วยภาพและคำพูด แต่สื่อเยอะและกระแทกใจเหมือนเดิม
มาถึงเหล่ามะหมาพเนจรกันบ้างค่ะ
หลายคนคงชินตากับภาพแถวที่เรียนที่ทำงานหรือละแวกบ้านที่มีหมาที่ไม่รู้ว่า
ใครเป็นเจ้าของแต่ก็ยังมีคนคอยให้อาหารอยู่ทุกวันในหนังสือเล่มนี้ Gogmam
เล่าเรื่อง บุญมี หมาพเนจรหน้าโรงเรียนอนุบาลที่เป็นขวัญใจของผู้คน
บุญมีนั้นน่าเอ็นดู น่าสงสาร และมีกวนบ้างบางอารมณ์ หลังอ่านตอนนี้จบ
ฉันคิดว่า (หวังว่า) ความอารีของผู้คนในสังคมเราจะทำให้ไม่มีหมาตัวไหนเป็นหมาไร้บ้านอย่างแท้จริง ตราบใดที่ยังมีคนคอยห่วงใยให้อาหารและเรียกชื่อมัน
นอกจากบุญมีแล้วยังมีแก๊งหมาไร้สังกัดหน้าบ้านของ ขวัญระพี ที่มาใสรูปการ์ตูน 4 ช่องจบ รวมทั้งเรื่องของเด็กแสบกับหมาข้างทางของเด็กหญิงอมยิ้ม และสุภาษิตบทใหม่ ชาวนากับหมาเห่าของ I-Phan ที่ออกแบบคาแรคเตอร์ได้น่ารักส่วน มะหมันหมา ก็เป็นเรื่องป่วนๆ ระหว่างพามะหมาไปทำหมันของ Alloy Wheel และยังมีเรื่องของซูชิหมาน้อยสายพันธุ์ชิบะกับเพื่อนต่างสายพันธุ์ของแมวดาว นอกจากนี้ยังมีการ์ตูนอารมณ์ดีของ Prema-Ja หนุ่มรักหมาจนนั่งประดิษฐ์ตุ๊กตาเป็นรูปเจ้าหมาบุ๊กบิ๊ก ที่อ่านแล้วต้องยิ้มแน่ๆ ค่ะ
ปิดท้ายผลงานของสองหนุ่มที่ทำงานด้านคาแรคเตอร์ดีไซน์ใน
เรื่องสั้นชวนซึ้งของคุณลุงโจรมือใหม่กับลูกสาวที่มีน้องหมาเป็นตัวประกอบ
ในผลงานของ Gugggar และการเล่นสนุกกับลายเส้นของ NONWORLD ที่ทำให้เจ้าตูบ JUJUDOG ไม่มีรูปร่างชัดเจนเช่นสามารถจับตัวเป็นเมฆฝนหรือละลายเป็นน้ำได้(หมารึนั่น!?!) ที่เราต้องทึ่งกับความช่างคิด
สำหรับฉันที่ไม่เคยเลี้ยงหมามาก่อนในชีวิตหลังจากอ่าน
หนังสือเล่มเล็กๆ
นี้จบก็รู้สึกว่าเหล่าคุณตูบนั้นมีแง่มุมน่ารักและซุกซนกว่าที่คิด
ในหนึ่งก็ทึ่งคนเขียนที่เข้าใจสรรหาแง่มุมต่างๆ มา
ถ่ายทอดสำหรับคนรักสุนัขนั้นอาจเห็นเรื่องราวเหล่านี้อยู่แล้วจากน้องหมา
ที่บ้านหรือหมาไร้บ้านรอบตัว
แต่พออ่านในรูปแบบการ์ตูนที่มีลายเส้นหลายสไตล์ก็จะเพลิดเพลินไปอีกแบบค่ะ
หากไม่เจอตามแผงหนังสือ ลองแวะเวียนไปเยี่ยมเจ้าของเพื่อน 4 ขาทั้ง 15 คนได้ที่ http://chaogouy.exteen.com นะคะ
-------------
www.dailynews.co.th
หนังสือน่าอ่าน by : กนกนภัส
-------------
หนังสือน่าอ่าน สัปดาห์นี้ขอเสนอ หนังสือทำมือ “DOGGY DOGGY 2” จาก SATITA & BLACKDOG STUDIO
ผลงานเรื่องสั้นของน้องหมา
เกิดจากการรวมตัวกันของนักเขียนการ์ตูนหลายท่านร่วมกันสร้างผลงานหลาย
เรื่องราวถ่ายทอดมาจากชีวิตจริงและบางเรื่องถูกถ่ายทอดออกมาจากความน่ารัก
ความซนของน้องหมาตัวโปรด ตามความรู้สึกและมุมมองของนักเขียน
ไม่ว่าจะเป็น เรื่องราวขำ ๆ ของมะหมาตัวหนึ่งที่หิวโซ
แต่ดันมาเจอกับเด็กซ่า ความหวังจึงเหลือน้อยเต็มที หรือจะเป็น
เรื่องน่าหวาดเสียว (รึป่าว) ของปุ๊กกี้กับฉิงฉิง ที่ถึงคราวต้องทำหมัน
หรือจะเป็น “แครอท หมาวัดหัวใจไฮโซ”
ที่หมายปองหัวใจ “หญิงพริส” (เจ้าของ) แต่แล้วก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับ
“ท่านชายโพ๊ชช์” เจ้าของกิจการที่ร่ำรวยมหาศาล สุดท้ายแล้วหัวใจดวงน้อย ๆ
ของแครอท ก็ถูกมอบให้ บีทรูท หมาเพศเมียที่ท่านชายโพ๊ชช์นำมาให้
หรือจะเป็นแนวเศร้าเคล้าน้ำตา เรื่องราวของคนเลี้ยงแมว แต่อยากเลี้ยงหมา จึงไปนำลูกหมาน่าตาหน้ารักตัวหนึ่งมาเลี้ยง ชื่อ “ไอ้แสบ”
ด้วยความไม่คุ้นเคยกับการเลี้ยงหมา เวลาให้อาหารตอนแรก ๆ
จะให้รวมกันในจานเดียว ทำให้ทั้งหมาและแมวกัดกันอย่างกับหมา
เมื่อกาลเวลาผ่านไป ความผูกพันระหว่างคนกับหมาเริ่มก่อตัว
ไอ้แสบเติบโตเป็นหมารุ่น จะชอบหนีออกจากบ้าน
เจ้าของต้องกลายเป็นคนกะเวลาว่ามันจะกลับบ้านเมื่อไหร่
แล้วลงมาเปิดประตูให้มัน แต่วันหนึ่ง เจ้าของรอเท่าไหร่ไอ้แสบก็ไม่กลับมา
มารู้อีกทีตอนแม่บอกว่าเจอร่างไอ้แสบนอนหมดลมหายใจอยู่ที่ลานจอดรถ
เล่มนี้ ตีพิมพ์เป็นหนังสืออ่านขนาด A5 ด้วยกระดาษถนอมสายตา หุ้มด้วยปก 4 สีสดใส พิมพ์จำนวนจำกัดเพียง 100 เล่ม ราคา 160 บาท
อ่านจบ คุณจะได้สัมผัสกับความรัก ของคนรักน้องหมาอย่างแท้จริง
-----------------
รายละเอียดทั้งหมดอ่าน ที่นี่
.......................................
สัพเพเหระ#4 งาน4B เพิ่มเวลาไปจนถึงสิ้นเดือน ...วู๊ววว...ถ้ามีโอกาสและเวลาจะวาดรูปไปเพิ่มนะครับ